Pages

Ads 468x60px

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและการออกแบบ Web Site

ถ้าจะพูดถึงการสื่อสารในรูปแบบใหม่ ที่สามารถสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วและมีราคาถูกที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นที่จะกล่าวถึง อินเทอร์เน็ตซึ่งได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันก็มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตกันแพร่หลายในหน่วยงานราชการ องค์กรต่าง ๆ โดยได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ใช้ทุกระดับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่กำลังเป็นกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดสำหรับประเทศไทย และอาจจะพูดได้ว่า อินเทอร์เน็ตนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของวงการคอมพิวเตอร์ครั้งสำคัญที่สุด นับตั้งแต่มีการเปิดตัวเครื่องพีซี การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์จำนวนมากเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการสื่อสารที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาล คนจากทั่วโลกแทบทุกเพศทุกวัยและทุกอาชีพ สามารถสื่อสารกันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างไม่มีข้อจำกัดทางเชื้อชาติ หรือศาสนา อินเทอร์เน็ตจึงได้กลายเป็นสังคมขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในโลกคอมพิวเตอร์โดยถูกขนานนามว่า ไซเบอร์สเปซ (Cyberspace) ”
                อินเทอร์เน็ตกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกมากกว่า 60 ล้านคน และมีผู้สมัครเป็นสมาชิกเพื่อขอใช้บริการอินเทอร์เน็ตมากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน อินเทอร์เน็ตจึงก่อให้เกิดโอกาสและบริการใหม่มากมาย เช่น สามารถทำธุรกรรมผ่านระบบอินเทอร์เน็ต พบประสนทนากับผู้อื่น เผยแพร่ความรู้ และให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร นอกจากนี้อินเทอร์เน็ตยังเป็นสื่อที่นำเสนอความบันเทิงในรูปแบบของรายการวิทยุ โทรทัศน์ ดนตรี ภาพยนตร์ และเกมส์ จนมีการกล่าวว่าถ้าธุรกิจใดไม่สนใจโลกไซเบอร์สเปซ ธุรกิจนั้นกำลังปฏิเสธอนาคตของตัวเองเสียแล้ว

ความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต


                อินเทอร์เน็ตคือเครือข่ายของระบบคอมพิวเตอร์ขนาดต่าง ๆ เชื่อมต่อเข้าหากันจนเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุด เป็นจำนวนหลายล้าน ๆ เครื่องโดยใช้โปรโตคอลชนิดพิเศษในการสื่อสารซึ่งอินเทอร์เน็ตได้มีบริการต่าง ๆ หลายอย่างซึ่งมีความสามารถต่าง ๆ กันไป
ประวัติความเป็นมาของอินเทอร์เน็ตเริ่มต้นจากเครือข่าย ARPAnet ของหน่วยงานชื่อ Advance Research Projects Agency ซึ่งเป็นเครือข่ายการวิจัยเพื่อป้องกันของ U.S. Department if Defense ซึ่งเกิดในช่วงปี 1970 มีการออกแบบระบบที่ทำให้นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันและกันได้ดีขึ้น และทำให้เกิดการพัฒนาเป็นระบบโอนถ่ายข้อมูล รูปแบบใหม่ที่สามารถสื่อสารได้หลายทางคือ Transmission Control Protocol / Internet protocol (TCP/IP)   ซึ่งต่อมาคือ มาตรฐานการรับส่งข้อมูลของ
อินเทอร์เน็ต           
                ต่อมาจึงมีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ที่ชื่อว่า The National Science Foundation (NFS) หรือ NFSNET โดยผู้เชี่ยวชาญจาก ARPAnet ที่แยกตัวออกมา เครือข่ายนี้ใช้สำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายของมหาวิทยาลัย และศูนย์วิจัยต่าง ๆ เข้าด้วยกันทำให้เกิดการเพิ่มปริมาณเครือข่าย และการติดต่อสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ เช่น

E-mail, การโอนถ่ายข้อมูล (FTP) และการใช้ข้อมูลร่วมกัน และในที่สุดก็เรียกเครือข่ายนี้ว่า อินเทอร์เน็ต (Internet) ”
ส่วนประกอบต่าง ๆ ของอินเทอร์เน็ต (Components of Internet)

                ในอินเทอร์เน็ตมีบริการต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกันตามจุดประสงค์การใช้งานของผู้ใช้ เช่น ความต้องการในการสื่อสาร ,ความต้องการในการหาข้อมูล , การนำเสนอสินค้าและบริการผ่านทางเครือข่าย เป็นต้น ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องทำความรู้จักกับบริการต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตเพื่อที่จะได้ใช้งานอย่างคุ้มค่า ซึ่งในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมกันอยู่นั้นประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป้น Server หรือเรียกอีกแบบคือ Host ซึ่งทำหน้าที่ต่าง ๆ กันในการให้บริการในระบบ   ซึ่งสามารถแบ่งบริการต่าง ๆ ของอินเทอร์เน็ตเป็น 
2 ส่วนดังนี้
1.       บริการด้านการสื่อสาร (Communication Service)
2.       บริการด้านการค้นหาข้อมูล (Information Service)
บริการด้านการสื่อสารในอินเทอร์เน็ตมีความหลากหลายในแง่ของวัตถุประสงค์ การใช้งานและความสามารถของโปรแกรมที่ใช้ในแต่ละบริการ ซึ่งอาจแบ่งแยกย่อยได้ดังนี้

จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)

                E-mail ย่อมาจาก Electronic Mail   E-mail จึงเป็นบริการในอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากการใช้งานที่ง่ายและความต้องการในการติดต่อของผู้คนในปัจจุบันมีสูงมาก ทำให้บริการ E-mail ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้ในวงกว้าง ความสามารถของ E-mail คือการส่งข่าวสารไปถึงผู้รับได้ในระยะเวลาอันสั้นแทบจะทันทีหลังจากมีการส่ง ทำให้เป็นระบบที่รวดเร็วกว่าการสื่อสารแบบอื่น อีกทั้งยังประหยัดเงินในการใช้งานมากกว่าการสื่อสารแบบเก่า เช่น FAX เป็นต้น ดังนั้นการแพร่หลายของ E-mail ฟรี ของ Web Site ต่าง เช่น Hotmail (http://www.hotmail.com) , USA net (http://www.usa.net) หรือแม้แต่ E-mail ฟรี ของคนไทยคือ Thaimail (http://www.thaimail.com) เป็นต้น ในสมัยที่ Email ยังไม่ได้รับการพัฒนาเป็นแบบ Graphic นั้น  โปรแกรมเมล์ที่มีอยู่จะใช้ได้กับเครื่องที่รับระบบปฏิบัติการ UNIX เท่านั้น ซึ่งใช้การ input ข้อมูลและคำสั่งแบบตัวอักษร (Text mode) เช่น โปรแกรม PINE ซึ่งต่อมามีการพัฒนาโปรแกรมแบบที่เป็น Graphic เช่น โปรแกรม Eudora ซึ่งเป็นโปรแกรมเมล์ที่ใช้ง่าย และมีความสามารถในการปรับแต่งค่าต่าง ๆ ได้มากมาย แต่ในปัจจุบัน โปรแกรม Web browser เช่น Netscape Navigator และ Internet Explorer ได้รวมโปรแกรมเมล์ไว้ในตัวอยู่แล้ว ซึ่งโปรแกรมเมล์ที่รวมอยู่ใน Browser ส่วนใหญ่มีความสามารถสูงและใช้งานง่าย

บริการกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (Usenet)

                เป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากพอสมควร เนื่องจากลักษณะพิเศษ คือ การแบ่งหัวข้อความสนใจในเรื่องต่าง ๆ ออกเป็นเรื่องย่อย ๆ  แล้วแต่ว่าจะมีคนตั้งขึ้นมา แล้วให้มีคนที่มีความสนใจคล้ายกันเข้ามาทิ้งข้อความต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ ไว้ แล้วผู้ที่เข้ามาอ่านคนอื่น ๆ สามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นได้ บริการนี้จะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Newsgroup ปัจจุบันมี  Web Site  ที่ให้การบริการแบบกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ เกิดขึ้น

มากมายทั้งของไทยและต่างประเทศ สำหรับประเทศไทย  Web Site  ที่มีชื่อเสียงในการบริการทางด้านนี้ดีที่สุดก็คงเป็น  Web Site  พันธ์ทิพย์ (http://www.pantip.com) ซึ่งได้แบ่งหัวข้อต่าง ๆ ไว้มากมายสามารถเข้าไปสอบถามปัญหาหรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตนเองสนใจได้ตลอดเวลา

การโอนถ่ายข้อมูลระหว่างเครื่อง (File Transfer Protocol : FTP)

                FTP เป็นบริการอีกอย่างหนึ่งที่มีความจำเป็นมากในระบบอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเมื่อระบบ World wide Web มีการขยายตัวของผู้ใช้มากขึ้น ก็ต้องมีการโอนถ่ายข้อมูลระหว่างเครื่องมากขึ้น เช่น เมื่อผู้ต้องการออกแบบ  Web Site  ได้ทำการออกแบบเสร็จแล้ว ต้องมีการส่งข้อมูลทั้งหมดไปที่ Server เพื่อให้ผู้ใช้ (User) สามารถเข้าไปที่  Web Site  เพื่อดูข้อมูลได้ ปัจจุบันมีโปรแกรมที่สามารถทำให้ใช้งานในรูปแบบของ FTP ได้ง่ายขึ้นเช่น WS_FTP, Cute_FTP เป็นต้น

การสนทนาผ่านระบบออนไลน์ (Internet Relay Chat : IRC)

                IRC คือห้องสนทนาแบบออนไลน์ ซึ่งแบ่งเป็นห้องย่อยให้ผู้ใช้ log in เข้ามาเพื่อพูดคุยกันในเรื่องต่าง ๆ
ที่ต้องการ โดยอาจจะมีการตั้งหัวข้อเป็นชื่อห้องไว้ก่อนก็ได้ หรือเข้ามาแล้วค่อยตั้งประเด็นในการพูดคุยกันก็ได้ วิธีการใช้คือสามารถพิมพ์ข้อความที่ต้องการจากเครื่องของ หลังจากเคาะปุ่ม enter แล้ว ข้อความนั้นจะไปปรากฏบนหน้าจอของคนอื่นๆ ซึ่งเขาก็สามารถอ่านได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถอ่านข้อความจากคนอื่น ๆ ได้เช่นกัน เรียกบริการนี้อีกชื่อหนึ่งว่า Chat Room ปัจจุบันมีโปแกรมอีกแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ ICQ  (I Seek You)  ซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการพูดคุยทางอินเทอร์เน็ตเหมือนกัน

World Wide Web

                เป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดรองจากการใช้ E-mail เนื่องจากเป็นช่องทางการเข้าถึงข้อมูลที่สะดวกที่สุดในปัจจุบัน กระแสความนิยมของอินเทอร์เน็ตที่เกิดขึ้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเพราะ  Web Site  เลยทีเดียว เนื่องจากปัจจุบันมี  Web Site  เกิดขึ้นใหม่ทุกวันและเป็นข้อมูลที่กล่าวกันว่า ถ้าเข้าไปดู  Web Site  ละหนึ่งนาทีก็ไม่สามารถดูข้อมูลได้หมดในช่วงชีวิตของ นอกจากนี้กระแสความนิยมของ  Web Site  ทำให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องตามมาอีกมากมาย  เช่น  E-Commerce, การเจริญเติบโตของตลาดคอมพิวเตอร์ ฯลฯ

ประวัติของ World Wide Web (Web History)

            การพัฒนาระบบ World Wide Web เริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคม 1989 โดยนักวิจัยจากสถาบัน CERN (Conseil European Pour La Recherche Nucleaire) ซึ่งเป็นห้องทดลองใน เจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ชื่อ Tim Berners-Lee ได้นำความคิดเรื่อง Hypertext ของ Vannevar Bush และ Ted Nelson มาใช้ในจุดประสงค์ที่จะกระจายข้อมูลในองค์กร ซึ่งมีหลัก 3 ประการที่สำคัญคือ
1.       การทำงานในหน้าของผู้ใช้ (User) จะต้องสามารถเรียกใช้ข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่หลากหลายในด้านระบบปฏิบัติการได้
2.       Interface จะต้องสามารถแสดงผลกับข้อมูลหลายรูปแบบได้
1.       ต้องสามารถให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลใน Network ได้ง่าย
ช่วงปลายปี 1990                  ต้นแบบของ www ได้ทดลอง Run บนเครื่อง Next แต่ยังไม่รับความแพร่หลายนัก

มีนาคม 1991                         www interface ได้ถูกใช้ใน Network โดยการลงที่เครื่อง Server ของ CERN ปลายปี 1991 ทาง CERN ได้ประกาศระบบไฟล์ใน Uernet Newsgroup และโปรแกรม WAIS ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

ปี 1992                                   CERN ได้พัฒนา Web อย่างต่อเนื่อง และเริ่มแพร่หลายในหมู่นักวิจัย โดยมีจำนวน Web server ประมาณ 50 server
ปี 1993                                   เริ่มมีการพัฒนา Graphic Interface Viewer ขึ้นมาเป็นครั้งแรกโดยเรียกว่า Browser โดยนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัย Illinois At Urbana Champaign ชื่อว่า มาร์ค แอนเดรสัน โดยโปรแกรมนี้ชื่อว่า Mosaic ซึ่งเป็นโปรแกรมที่แสดงผลของ Web โดยใช้ระบบ Point-And-Click-Design การเจริญเติบโตของ Web ในปี 1993 เติบโตอย่างรวดเร็วทำให้มีจำนวน Server เพิ่มขึ้นเป็น 500 Server ในปลายปี 1993

ปี 1994                                   บริษัทต่าง ๆ เริ่มโดดเข้ามาร่วมในการพัฒนา Browser ต่าง ๆ โดยมีการเปิดตัว Browser ใหม่ ๆ หลายบริษัท เช่น Netscape Communication Corporation ทำให้ในกลางปี 1994 มี Web server เพิ่มขึ้นมาเป็น 1,500 Server มีการกำหนดมาตรฐานของ Web โดยตั้งองค์กรขึ้นมา เพื่อควบคุมพัฒนากาการของ Web ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันชื่อว่า World Wide Web Consortium หรือ W3C (www.w3c.org)

ปี 1995                                   การเติบโตของ Web ยังคงรวดเร็วและต่อเนื่องโดยมีจุดเปลี่ยนแปลงอยบู่ที่ Browser ของ Netscape Communication ซึ่งใช้ชื่อว่า Netscape Navigation ซึ่งมีความสามารถในการแสดงผลของ HTML (Hypertext Mark-up Language) ได้ดีขึ้น ซึ่งสนับสนุน HTML2 ของ W3C ซึ่งทำให้ Netscape Navigation คือ Browser ที่ครองตลาดกว่า 90% ในปีนั้น และการใช้ Web ทางการค้าก็ได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจังในปีนี้ โดยเริ่มต้นธุรกิจที่เกี่ยวกับ Web เช่น Search Engine, ISP , Web Designer เป็นต้น

ปี 1996   มีการแข่งขันกันอย่างมากในวงการ Internet และ Browser เนื่องจาก Microsoft ได้เปลี่ยนมาประกาศสนับสนุนการพัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ เพื่อใช้งานร่วมกับอินเทอร์เน็ตโดยการออกโปรแกรม Browser ใหม่ชื่อว่า Internet Explorer ทำให้
เกิดสงคราม Browser ขึ้นมาเนื่องจากนโยบายการแจก Browser ฟรีของ Microsoft ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของ Netscape ตกลงอย่างรวดเร็ว
ปี 1997- ปัจจุบัน                    มาถึงวันนี้วงการอินเทอร์เน็ตและ  Web Site  ได้พัฒนาขึ้นอย่างมากมาย มีกระแสหลายอย่างที่ผลักดันให้อินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมมากขึ้น โปรแกรม Browser ก็ได้รับการพัฒนาและมีขีดความสามารถสูงขึ้นอย่างมากมาย และ Browser ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันก็คือ Internet Explorer ซึ่งพัฒนามาถึง version 6 แล้ว ทำให้ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักคำว่า อินเทอร์เน็ต อีกต่อไป

 Web Site  สามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง

                                       โดยหลักการแล้ว WWW ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งปัจจุบันถูกเรียกย่อ ๆ ว่า Web ซึ่งขีดความสามารถของเทคโนโลยีWebมีความสามารถในการทำหลาย ๆ สิ่งมากยิ่งขึ้น จึงทำให้การประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ บน WWW เป็นไปอย่างหลากหลายตั้งแต่การประกาศข่าวธรรมดา ๆ ไปจนถึงการทำการค้าด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ต้องการแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีของWeb ทำอะไรได้บ้าง
               
เอกสารประชาสัมพันธ์ (Catalog / Brochure)

                เอกสารประชาสัมพันธ์ ถือได้ว่าเป็นเอกสารที่องค์กรประเภทขายตรง ซุปเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ นำมาเป็นเอกสารหลักในการประชาสัมพันธ์ทางการตลาดเพื่อให้ลูกค้าสารมารถเห็นสินค้าต่าง ๆ จูงใจทางราคาและให้รายละเอียดคร่าว ๆ ของสินค้า การจัดพิมพ์เอกสารเหล่านี้ในแต่ละครั้ง องค์กรจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก หากต้องการพิมพ์สี่สีทั้งเล่ม ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็น 2 เท่าของการพิมพ์แบบขาวดำ การจัดทำ  Web Site  เพื่อประชาสัมพันธ์เหล่านี้จึงเป็นวิธีที่สามารถลดค่าใช้จ่ายขององค์กรลงได้ นอกจากลูกค้าจะสามารถเข้าชม  Web Site  ได้ตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว องค์กรเองก็สามารถปรับปรุง  Web Site  ของตนเองได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพิมพ์เอกสารเหล่านั้นอีกครั้งหนึ่ง

ห้องแสดงสินค้า (Showroom)

                จะเห็นได้ว่า ธุรกิจหลายประเภทในปัจจุบันนี้เช่น ขายรถยนต์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ของเล่น ภาพวาด ฯลฯ ธุรกิจประเภทนี้โดยปกติจำเป็นต้องสร้างร้านเพื่อแสดงสินค้า ซึ่งสินค้าต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นสินค้าที่มีราคาสูง หากนำสินค้าจริงทุกรุ่นมาตั้งไว้ให้ลูกค้าชม ก็จำเป็นต้องลงทุนเป็นจำนวนมหาศาล ด้วยเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน การจัดทำ  Web Site  จะสามารถทดแทนลักษณะของสำนักงานหรือร้านค้าที่เป็นห้องแสดงสินค้าได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถพัฒนา  Web Site  เป็นลักษณะสามมิติ ซึ่งผู้ชมสามารถจับหรือเคลื่อนสิ้นค้าเหล่านี้แบบเสมือนจริง

ศูนย์บริการทางอินเทอร์เน็ต (Internet Service Center)

                อินเทอร์เน็ตถือได้ว่าเป็นสังคมของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดโลก ซึ่งมี  Web Site  จำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อสื่อสารของคนทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการทางด้านการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ (Search Engine), การให้บริการด้านอีเมล์ , การให้บริการพื้นที่สำหรับการสร้าง  Web Site  หรือการให้บริการทางด้านห้องสนทนา (Chat Room)
 
การศึกษาระยะทางไกล (Distance Education)

                ด้วยเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตที่ก่อกำเนิดมาจากการศึกษา ในขั้นเริ่มต้นของ WWW ความสามารถในตอนนี้คือสามารถทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้อยู่แล้ว โดยสามารถทีทั้งภาพและข้อความ แต่ในปัจจุบันภาพวีดีโอและเสียงต่าง ๆ สามารถถูกส่งผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไปถึงผู้เข้าชม  Web Site  ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นการศึกษาระยะไกล หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งในปัจจุบันว่า E - Learning จึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้และกำลังแพร่หลายในปัจจุบัน

ธุรกิจออนไลน์ (Online Business)

                นับเป็นการปฏิวัติครั้งสำคัญในการทำการค้าของมนุษยชาติเมื่อรูปแบบการค้าที่เคยทำกันมาตั้งแต่อดีต ถูกแทนที่ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่า การค้าขายโดยผ่านระบบคอมพิวเตอร์จะทำได้จริงโดยไม่จำเป็นจะต้องมีคนมาเป็นพนักงานขาย  บริษัทที่เป็นผู้บุกเบิกการค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และประสบความสำเร็จที่คนทั่วโลกรู้จักก็คือ Amazon.com นั้นเอง หลังจากที่ Amazon.com ประสบความสำเร็จสามารถล้มยักษ์ใหญ่ของธุรกิจหนังสือ Barnes and Noble ได้สำเร็จ แม้ว่า Barnes and Noble จะสร้าง  Web Site  มารองรับแล้วก็ตาม กระแสของ E-commerce ประทุขึ้นทั่วโลก แนวโน้มในอนาคต Online Business จะเป็นแนวทางที่เกือบทุกองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรธุรกิจจำเป็นต้องนำมาเป็นส่วนหนึ่งของ องค์กร ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Shop Amazon's Gift Cards - Perfect Anytime

.